|
Katrine Madsen/ Supernatural Love
หนึ่งในนักร้องแจ๊สหญิงที่ก้าวมาอยู่แถวหน้าของยุโรปและมีอัลบั้มที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการเพลงแจ๊สคนหนึ่ง พร้อมการออกทัวร์ในหลายประเทศหลายปีที่ผ่านมาเช่น สหรัฐอเมริกา ( Rochester International Festival,NY), ออมเตรเลีย , สิงคโปร์ , สแกนดิเนเวีย จากความสำเร็จในอัลบั้ม Close to You ก่อนหน้านี้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Best Vocal Jazz of The Year ในรายการ The Danish Music Award 2005 และในปี 2006 ติดต่อกันจากอัลบั้มล่าสุด Supernatural Love และได้นักดนตรีร่วมบรรเลงโดยตำแหน่งเปียโน Henrik Gunde Pedersen แห่งวง Tivoli Big Band อันเลื่องชื่อที่มีประวัติยาวนานนับแต่ปีคศ 1875 เบสโดย Jesper Bodilsen ทูตทางดนตรีแห่งเดนมาร์กที่อายุน้อยที่สุดในขณะนี้กับเจ้าของรางวัลทรงเกียรติของยุโรปอย่าง Django d'Or Prize ในฐานะ Performer of The Year 2004 พร้อมมือกลองยอดเยี่ยม Jonas Johansen ที่เล่นแบ็คอัพให้กับนักดนตรีแจ๊สระดับโลกเกือบทุกคนที่เยือนเดนมาร์ก และสร้างชื่อจากการเป็นมือกลองประจำแห่งวงบิ๊กแบนด์ระดับโลก Danish Radio Big Band และเป็นส่วนสำคัญของยอดวงทริโอยุโรปอย่าง Niels Henning- ? rsted Pedersen Trio ที่ประกอบไปด้วย Jonas Johansen และยอดมือกีตาร์ Ulf Wakenius
ด้วยน้ำเสียงที่เรียกว่า Smokey Voice ไม่จัดจ้านแหลมแบบนักร้องทั่วไปประกอบกับการที่เป็นผู้ที่ชื่นชอบในการแต่งและเรียบเรียงดนตรีส่วนใหญ่ด้วยตัวเอง ทำให้ Katrine เข้าใจหน้าที่ในการเป็นนักร้องเพลงแจ๊สที่ดีที่ไม่เพียงแต่ร้องเท่านั้นแต่เดินเคียงข้างเป็นส่วนหนึ่งกับภาคดนตรีได้อย่างน่าทึ่ง และนั่นเป็นเคล็ดลับที่พบได้ในตัวนักร้องในแบบคุณภาพเท่านั้น อัลบั้มนี้ได้นำงานคลาสสิคของ The Beatles เช่น I'll keep you satisfied และ Can't buy me love มาขัดเกลาได้อย่างประทับใจหรือเพลงเมดเลย์ Come a little closer/ I got lost in his arm ของ John Wallowitch และ Irving Berlin ที่เพิ่มงานเพอร์คัสชั่นเข้ามาทำให้บทเพลงมีจังหวะใหม่ทางดนตรีที่แปลกจากต้นฉบับเดิมแต่เต็มอิ่มตลอดบทเพลง หรือ You're nearer จากคู่หูเพลงรักอมตะ Rodgers/Hart ที่ให้ความรู้สึกดูดดื่มและชวนฝัน และอีกหลากหลายบทเพลงอมตะในอดีต นอกจากนั้น Katrine ในฐานะนักแต่งเพลงยังฝากงานประพันธ์ที่เป็น Originals เช่น Supernatural Love , August Roses และงานปิดท้ายที่ให้ความรูสึกสดชื่นสวยงามและรื่นเริงเป็นที่สุดด้วยงานเปียโนของ Henrik Gunde ในเพลง Witness
การเดินทางมาเปิดคอนเสิร์ตในครั้งนี้ในไทยเธอได้เดินทางมาพร้อมวงแบ็คอัพคู่ใจ Jesper Bodilsen Trio พร้อมด้วย Henrik Gunde Pedersen และ Jonas Johansen จึงรับประกันถึงความสมบูรณ์แบบของตัวงานดนตรีในครั้งนี้อย่างแน่นอน พิเศษกับการเปิดตัวอัลบั้มใหม่ Gunde On Garner ก่อนใครในเอเชียของ Henrik Gunde Pedersen ที่นำบทเพลงพิเศษเช่น Don't Know Why ของ Norah Jones, Just The Way You Are, New York State Of Mine ของ Billy Joel หรือ Sorry Seems To Be The Hardest Word ของ Elton John มาบรรเลงในแบบ Swing Jazz ที่ได้รับอิทธิพลเพลงจากปรมาจารย์เปียโนแจ๊สของโลกอย่าง Erroll Garner จึงเป็นประสบการณ์แจ๊สสำคัญที่ไม่ควรพลาด
กลับขึ้นด้านบน

Henrik Gunde : Piano
ยอดมือเปียโนดาวรุ่งของเดนมาร์กที่ถูกเรียกใช้ทั้งในแวดวงการเพลงแจ๊สในประเทศและต่างประเทศเป็นอย่างมากในขณะนี้ ซึ่งเขาได้สะสมเพาะบ่มประสบการณ์ชั้นดีในอดีตจนถึงปัจจุบันกับศิลปินดังเช่น Tom Harrell, Billy Cobham, Jimmy Heath, Fredrik Lundin Overdrive ตลอดจนยอดวงบิ๊กแบนด์เช่น Danish Radio Big Band และ Tivoli Big Band ของสวนสนุกระดับโลกอย่าง Tivoli ด้วยสไตล์การเล่นที่ได้รับอิทธิพลจากมือเปียโนตำนานอย่าง Erroll Garner ที่ให้จังหวะสวิงที่หรูหราละเมียดหมดจดที่มีเพียงคนเดียวในโลกจนเป็นเครื่องหมายการค้าของ Erroll Garner ไปนั้นได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับ Henrik Gunde เป็นอย่างมากจนทำให้เขายึดมั่นและดำเนินรอยตามในแบบวิถีการเล่นของ Garner แต่ยังคงไว้ซึ่งแนวทางของตัวเองพร้อมใส่ท่วงทำนอง อารมณ์ที่สดใหม่สอดรับความรู้สึกกับตัวบทเพลงได้อย่างแนบแน่น กระชับ สนุกสนานจนอาจลืมความวุ่นวายของชีวิตคนเมืองไปเลยทีเดียว
และเป็นที่น่ายินดีเมื่อ Henrik Gunde ได้ออกอัลบั้มใหม่ล่าสุดกับสังกัดยักษ์ใหญ่ของเดนมาร์กอย่าง Stunt Recordsในอัลบั้มที่ชื่อว่า Gunde On Garner ที่ได้วางจำหน่ายทั่วโลกแล้วเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่าน และทางค่ายเพลงฮิตแมนได้รับลิขสิทธิ์ให้ทำการผลิตและจัดจำหน่ายแล้วในช่วงการมาทัวร์คอนเสิร์ตพร้อมกับ Katrine Madsen ในครั้งนี้ในวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2550 นี้ ซึ่งเป็นเสมือนกับการเปิดตัวอัลบั้มสีสันประจำปีนี้ครั้งแรกในไทยและก่อนใครในเอเชีย โดยในอัลบั้มนี้ได้บรรจุบทเพลงเด่นๆที่เป็นที่คุ้นหูในบ้านเราอย่าง Just The Way You Are, New York State Of Mine ซึ่งเป็นบทประพันธ์อมตะของ Billy Joel มาเล่นในท่วงทำนองสุดล่าเริงผิดจากต้นฉบับในอดีต นอกจากนั้นยังมีเพลงสุดฮิตของ Norah Jones อย่าง Don't Know Why ที่เล่นได้อย่างผิดคาดตั้งแต่อินโทรจนถึงตอนจบ หรือจะเป็นเพลงอมตะอย่าง Sorry Seems To Be The Hardest Word ของ Elton John ซึงบทเพลงทั้งหมดนี้ได้ถูกนำมาบรรเลงภายใต้แนวคิดและสไตล์การเล่นในแบบ Erroll Garner สอดคล้องกับ Tag Line ของอัลบั้มที่ว่า ..Songs that could have been played by Erroll Garner if he had only known them
การแสดงในวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายนนี้ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยคงจะเป็นที่ชื่นชอบของแฟนเพลงที่รู้จักมักคุ้นบทเพลงเหล่านี้อยู่แล้ว ตลอดจนคอเพลงแจ๊สแท้ๆที่จะดื่มด่ำกับมุมมองทางดนตรีในแบบ Piano Trio ชั้นดีอีกหนึ่งวงจากสแกนดิเนเวีย พิเศษสุดกับการทำ Workshop จาก Henrik Gunde ร่วมกับวงทั้งหมดที่มาในครั้งนี้ในคืนวันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน 2550 ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ห้องมรกตในงานแสดงเครื่องเสียงและภาพ BAV Show 2007 ที่จัดโดยนิตยสาร audiophile magazine
กลับขึ้นด้านบน
Jesper Bodilsen : Bass
มือเบสดาวรุ่งของยุโรปกับเจ้าของรางวัลอันทรงเกียรติล่าสุดอย่าง Django d'Or Prize Winner Performer of The Year 2004 โดยเขาเป็นลูกศิษย์คนสำคัญของยอดมือเบสตำนานของโลกและของเดนมาร์กอย่าง Niels-Henning Osted Pedersen และ Jesper Lundgaard ได้รับการยกย่องอย่างมากทั้งในระดับประเทศและระดับสากลในผลงานสุดคลาสสิคจากอัลบั้ม Mi ritorni in mente และ Gleda ที่เล่นร่วมกับ Stefano Bollani และ Morten Lund โดยนำบทเพลง American และ Scandinavian Songbooks มาบรรเลงได้อย่างปราณีตบรรจงจนได้รับคำวิจารณ์อย่างดีเยี่ยมจากนิตยสารแจ๊สชั้นนำของโลกอย่าง JazzTimes และสื่อต่างๆทั่วทั้ง สแกนดิเนเวีย ยุโรป ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งเว็บไซต์แจ๊สอันดับหนึ่งของโลกอย่าง Allaboutjazz ให้จัดเป็นนักดนตรีที่น่าสนใจและน่าติดตามเป็นอย่างมาก
โดยเขาเคยร่วมเล่นและบันทึกเสียงกับนักดนตรีแจ๊สคนสำคัญอย่าง Joe Lovano, Ed Thigpen, Jeff Tain Watts, Lee Konitz, Marc Turner, Gino Vanelli, Phil Woods, Tom Harrell, Joey Calderazzo, Dino Saluzzi, Jimmy Heath, Benny Golson, Michael Learns To Rock, James Moody, Horace Parlan, Duke Jordan, John Abercrombie, Enrico Rava, Paul Vertigo, Aldo Romano, Stefano di Batista, Paulo Fresu & George Colligan, Lars Jansson, Kasper Villaume, Jacob Christoffersen, Jonas Johansen, Katrine Madsen และอีกมากมายเกินกว่าจะกล่าวถึง ตลอดจนได้รับรางวัล Album of The Year ในปี 1998 ของเดนมาร์กร่วมกับวง Ed Thigpen Rhythm Features จากอัลบั้ม It's Entertainment และประสบความสำเร็จร่วมกับ Kasper Villaume Quartet จากอัลบั้ม Outrun จนได้รับรางวัล Best Jazz Album ในรายการ Danish Music Award ในปี 2000 เปิดการแสดงในจีน ในฐานะทูตทางดนตรีฉลองความสัมพันธ์ครบ 50 ปีระหว่างรัฐบาลจีนและเดนมาร์ก และแสดงในอีกหลายประเทศเช่นออสเตรเลีย แคนาดา สหรัฐ เกาหลีใต้ อัฟริกาใต้ ญี่ปุ่น เวียดนาม รัสเซีย สหราชอาณาจักร ฮังการี สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ สเปน ไทย ไอซ์แลนด์ ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม ลิธัวเนีย เยอรมันและแถบสแกนดิเนเวียทั้งหมด และจึงเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ชม Jesper Bodilsen อีกครั้งร่วมกับ Katrine Madsen ในวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2550 นี้ที่หอประชุมใหญ่ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และนอกจากนี้เขายังมาเปิด Workshop ให้ชมฟรีในงานแสดงเครื่องเสียงและภาพ BAV Show 2007 ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ในคืนวันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน 2550 ซึ่งจัดโดย audiophile magazine
กลับขึ้นด้านบน
Jonas Johansen Biography : Drums
อดีตมือกลองแห่งวงหัวแถวของยุโรปอย่าง Danish Radio Big Band นับแต่ปี 1990-1999 ต่อเนื่องยาวนานจนถูกจัดเป็นหนึ่งในยอดมือกลองที่ดีที่สุดของยุโรปขณะนี้ ศึกษาการเล่น Classical Percussion จาก Prof. Bent Lylloff ก่อนที่จะเป็นลูกศิษย์ของปรมาจารย์กลองชาวอเมริกันอย่าง Ed Thigpen, Peter Donald, David Garibaldi และ Luis Conte ชำนาญทั้งการเล่นในแบบ Funk, Soul, Rock, Latin ตลอดจนงานร่วมสมัยต่างๆ โดยระหว่างที่เล่นให้กับ DR Big Band ก็ได้เล่นร่วมกับศิลปินตำนานเช่น McCoy Tyner, Joe Henderson, John Scofield, Tom Harrell, Bob Brookmeyer, Toots Thielemanns, Art Farmer, Hermeto Pascoal, Enrico Pieranunzi, Kenny Werner, Joe Lovano, Jerry Bergonzi, Jim McNeely, Mike Gibbs, Maria Schneider, David Sanborn and Carla Bley.
เริ่มตั้งวงของตัวเองภายใต้ชื่อว่า Move และออกอัลบั้มได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Jazz Recording of The Year จากอัลบั้ม Please Moveในรายการ Danish Music Award ปี 2000 จนหลังสุดได้ร่วมกับ Steve Swallow และ Hans Ulrik ก่อตั้งวง Tin Pan Aliens ซึ่งทำให้ได้ออกเดินทางไปเปิดการแสดงทั้งในสหรัฐและยุโรปในหลายประเทศ นอกจากนี้เขายังเป็นส่วงหนึ่งของวง Niels Henning ?rsted Pedersen Trio ( NH?P) ที่มียอดมือกีตาร์ชั้นนำอย่าง Ulf Wakenius ร่วมด้วยนับแต่ปี 1996 จวบจน NH?P ได้จากเราไปในปี 2005
ล่าสุดได้ออกผลงานงานร่วมกับศิลปินดาวรุ่งของคิวบา Eliel Lazo, Yasser Morej?n, Tony Rodriguez และ Jacob Dinesen ในผลงานสไตล์ Afro Cuban สุดมันส์อย่าง Blanco Y Negro ที่ทำการบันทึกเสียงถึงกรุง Havana ในตึกอันเป็นที่ทำการของสถานีวิทยุสำคัญของรัฐบาลคิวบา
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาได้เล่นและบันทึกเสียงเกินกว่า 130 อัลบั้มในอดีตร่วมกับศิลปินตำนานามากมายทั้ง Chano Dominguez, Kenny Drew, Eliane Elias, Egberto Gismonti, Johnny Griffin, Toninho Horta, Milt Jackson, Marc Johnson, Airto Moreira, Doug Raney, Renee Rosnes, John Taylor, Phil Woods, Monica Zetterlund, Pierre D?rge & New Jungle Orchestra, HR Big Band (Frankfurt, Germany), Nogenja Big Band (Stockholm, Sweden), the WDR Big Band (Cologne, Germany) and Ernie Wilkins and the Almost Big Band, Malene Mortensen, Silvana Malta, Katrine Madsen และเคยได้รับรางวัล Ben Webster Prize ในปี 1991อีกด้วย
การเดินทางมาเปิดคอนเสิร์ตร่วมกับ Katrine Madsen ในวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2550 นี้ ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยจะเป็นการแสดงที่แฟนๆจะประทับใจเช่นเดียวกับที่เขาได้ทำในเทศกาล Huahin Jazz Festival ในปี2006 เมื่อครั้งที่เขาแบ็คอัพให้กับ Malene Mortensen พร้อมกันนี้จะมีการทำ Workshop โดยวงทั้งหมดในคืนวันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน 2550 นี้ที่โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
กลับขึ้นด้านบน |