การเมือง

ประธาน กกต.มอบนโยบายจัดการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57

LIKE Button 1 likes
1,693 views
เรื่องโดย Nation Channel | ภาพโดย Nation Channel

ประธาน กกต.มอบนโยบายจัดการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 ระบุ ขอให้จนท.ยึดพระราชดำรัส 5 ธ.ค.56 ประคับประคองบ้านเมืองสงบ สามัคคี
เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ห้องประชุมวายุภักษ์ 2 โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์  แจ้งวัฒนะ  สำนักบริหารการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 โดยมีผู้บริหารสำนักงานกกต.ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัด เข้าร่วมงาน ประมาณ 200 คน 

ทั้งนี้ นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ปธ.กกต.  )  กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า  วันนี้เป็นวันที่พวกตน 5 คนปลื้มปิติและยินดีที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งลงวันที่ 13 ธ.ค. เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้  พวกตนจะปฏิบัติหน้าที่สนองพระเดชพระคุณทำหน้าที่เป็นกลาง สุจริตโปร่งใส เที่ยงธรรม ปราศจากอคติ เพื่อให้งานเรียบร้อยตามหลักนิติธรรม นิติรัฐ หลักกฎหมาย และหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

“สถานการณ์ปัจจุบันคนในสังคมมีความคิดเห็นแตกต่างกันทางความคิด ความเชื่อ พวกเราต้องช่วยกันประคับประคองให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ปรองดอง ประสานสามัคคีคนในชาติ เชื่อว่าทุกคนจดจำ พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการออกมหาสมาคม 5 ธันวาคม 2556  ผมและ กกต.ทุกคนจะยึดมั่นปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชดำรัสและพ.ร.ฏ.การเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 โดยจะใช้กฎหมายและความถูกต้องเป็นหลักในการดำเนินการ พร้อมประสานความร่วมมือส่วนราชการและประชาชนทุกภาคส่วนให้มีส่วนร่วมมากที่สุดและพร้อมรับฟังข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะของทุกกลุ่มเพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เกิดความสามัคคี รักใคร่ปรองดองและให้ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระหากษัตริย์เป็นประมุขอยู่คู่กับประเทศสืบต่อไป”ประธาน กกต. กล่าวและว่า อยากให้ทุกคนต้องคิดนอกกรอบ ถ้าทำให้ประเทศชาติดีขึ้น ขอให้นำข้อคิด กกต. 5 คนไปปฏิบัติเพื่อทำให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม ตอนนี้ต้องร่วมมือร่วมใจกันเพราะลงเรือลำเดียวกันแล้ว " นายศุภชัย กล่าว

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบาย กกต.ปัจจุบันพวกเราได้ยกร่างเป็นแนวทางปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่กฎหมายกำหนด คือ สร้างกลไกสุจริต สร้างวิถีชีวิตประชาธิปไตยให้ยั่งยืน บนพื้นฐานการเมืองที่เข้มแข็ง อย่างไรก็ตาม เมื่อปฏิบัติหน้าที่ไประยะหนึ่งจะทบทวนต่อไป

"ประวิช" ชี้  เลือกตั้ง 2 ก.พ. ต้องดีกว่าปี 54  

ด้านนายประวิช รัตนเพียร คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ด้านกิจการมีส่วนร่วม กล่าวว่า  ทราบดีว่ามีความละเอียดค่อนข้างมากเรื่องการเตรียมการการเลือกตั้ง ถ้าพูดถึงการเลือกตั้งทั่วไปใน พ.ศ.นี้เรากำลังพูดถึง 50 ล้านคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ปี  2554 มีคนไปใช้สิทธิ์ 75%  หรือ 30 กว่าล้านคน  ด้วยกระบวนการ กลไก คน 1 ล้านคนในหน่วยเลือกตั้ง 1 แสนหน่วยเลือกตั้ง  ทั้งหมดคือการมีส่วนร่วม ทั้งนี้  มีความรู้สึกว่ายังมีเรื่องที่ต้องเติมเต็ม ช่วยกันทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม  โดยเฉพาะเป้าหมายการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557  เพื่อให้เกิดพลังการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ตนเชื่อว่าการเลือกตั้งที่ปราศจากความโปร่งใสและปราศจากการมีส่วนร่วมของประชาชนจะเป็นจุดล้มละลายของชาติบ้านเมือง ดังนั้นขอให้ทุกคนทุ่มเทเสียสละกำลังใจกายร่วมกัน

"บุญส่ง”ระบุ ฝ่ายสืบสวนเป็นกลางทุกขั้นตอน  

ขณะที่นายบุญส่ง น้อยโสภณ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย  กล่าวว่า สำหรับการทำงานด้านการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย มีระเบียบ ข้อกำหนดที่ชัดเจนซึ่ง ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดต้องมีความเป็นกลาง เที่ยงธรรม สุจริตและโปร่งใส ขอให้เป็นกลางทุกขั้นตอนการปฏิบัติงานไม่ใช่ตอนวินิจฉัยเท่านั้น  ต้องเริ่มตั้งแต่การจ่ายสำนวน ต้องดูให้รอบคอบให้นักการเมืองเชื่อใจว่าเป็นกลางจริง ๆ ขอฝากสั้นว่า ขอให้ดำรงตนให้เป็นที่เคารพนับถือของพี่น้องประชาชน

"ธีรวัฒน์”ซัดการเมืองทำให้วิกฤติ พร้อมพิสูจน์ผลงานด้วยการเลือกตั้ง

ด้านนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ  กล่าวว่า  วันนี้เป็นโอกาสของพวกเราแล้ว  วิกฤติการบ้านเมืองที่เกิดในรอบสิบกว่าปีฉุดให้ประเทศตกต่ำทั้งด้านเศรษฐกิจ เกียรติภูมิประเทศ ล้วนเกิดจากปัญหาการเมืองโยงมาถึงเรื่องการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นกลไกประชาธิปไตย วันนี้พวกเรามาอยู่ที่นี่ทุกสายตาจับจ้องว่าพวกเราจะมีบทบาทอย่างไรทำให้บ้านเมืองพ้นวิกฤติความขัดแย้งที่หยั่งรากลึกลงไป และจะมีบทบาทอย่างไรให้การเมืองมีความชอบธรรม

“เกิดมาชาติหนึ่งในฐานะพลเมืองไทยไม่มีใครมีโอกาสโชคดีเท่าพวกเราที่จะช่วยกันมากอบกู้ เราอยู่ในองค์กรที่คนจับตา องค์กรเราจะมีเกียติภูมิหรือไม่อยู่ที่พวกเราร่วมใจกัน เราได้โอกาสแล้วแต่ถ้าเราไม่มีจริงจัง ปล่อยปละละเลย วันหนึ่งองค์กรนี้จะผุกร่อนในสายตาลูกหลานและคนทั้งชาติ ดังนั้นพวกเราต้องร่วมแรงร่วมใจสร้างเกียรติภูมิให้องค์กรสง่างามไม่เฉพาะวันนี้ แต่จะสง่างามตลอดไป ผมคิดว่าการทำงานเรื่องการเลือกตั้งจะพิสูจน์ให้สังคมไทยและทุกคนได้เห็นคุณค่าของพวกเรา การดำเนินงานทุกกระบวนการมีความหมายต่อชาติบานเมืองอย่างยิ่งในภาวะวิกฤติ มีหลาย ๆ ประเทศประสบวิกฤติการเมือง เช่น ญี่ปุ่น แต่เขาสามารถปฏิรูป กกต.ให้เป็นยักษ์ที่มีความสามารถจริง   นับแต่บัดนี้พวกเราต้องตระหนัก มีความสง่างาม เราอยู่ในองค์กรที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ หากพวกเราร่วมมือร่วมใจเอาจริงเอาจังบ้านเมืองมีทางออกแน่นอน”นายธีรวัฒน์  กล่าว

"สมชัย”เสนอภาคเอกชนร่วมดูแลเลือกตั้ง

ส่วนนายสมชัย ศรีสุทธิยากร  คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า กกต.ชุดนี้เจองานรับน้องใหม่หนักมาก เข้ามาทำงานทันที  ไม่ใช่การเลือกตั้งในภาวะปกติ แต่เป็นการเลือกตั้งภายใต้วิกฤติ สังคมจับจ้องว่าเราจะทำได้ดีมากน้อยเพียงใด สิ่งนี้ท้าทายพวกเราทุกคน คือ เราจะต้องรู้จักใช้การเลือกตั้งคราวนี้ให้เป็นโอกาสเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปในทางที่ดีขึ้น อย่าไปมองแค่จัดการเลือกตั้งให้เสร็จตามหน้าที่  หากเราสามารถคัดกรองคนดี ซื่อสัตย์ สุจริต ขจัดคนทุจริต ซื้อเสียง เชื่อว่าการเมืองไทยน่าจะดีขึ้น

นายสมชัย กล่าวต่อว่า  กระบวนการคิด การทำงานของพวกเราอย่าคิดอยู่ในกรอบเท่านั้น แต่คิดว่าทำอย่างไรให้เกิดผลดีสูงสุด 

"หลายเรื่องผมได้ให้นโยบายไปว่าถ้าเปลี่ยนแปลงแล้วดีกว่าต้องทำ อะไรอยู่ภายใต้ขอบเขตหน้าที่ที่เราออกคำสั่งประกาศได้เราจะทำ ยกตัวอย่างเช่น การให้องค์กรเอกชนต้องเข้ามาส่วนร่วม อย่างระเบียบกำหนดว่าองค์กรเอกชนต้องจดแจ้งมาแล้ว 90 วัน ถ้าคิดแบบนี้จบ  ในขณะนี้ประชาชนทุกภาคส่วนต้องการมามีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง ดังนั้นต้องคิดโจทย์ว่าทำอย่างไรให้การมีส่วนร่วมเพิ่มขึ้น หรือกรณี กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง ขณะนี้เวลากระชั้นชิดหาใหม่คงไม่ทัน จะหาบัญชีเก่าส่งเข้ามา ผมให้นโยบายไปคิดเสริม อยากได้องค์กรภาคประชาสังคมเข้ามา 1 ใน 5 ถ้าส่งมา  15 รายชื่อควรมีสัก 3 ชื่อเพื่อความหลากหลาย  มิฉะนั้นจะมีเสียงครหา " นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย กล่าวอีกว่า การใช้ข้าราชการดีตรงที่ว่าข้าราชการอยู่ใต้ระเบียบ แต่วิธีคิด การตัดสินใจอาจจะเป็นแบบราชการ อาจเกิดข้อจำกัด ดังนั้นอะไรสามารถปรับเปลี่ยนได้ต้องดำเนินการ อย่างวันเลือกตั้งล่วงหน้า 26 มกราคม 2557 การเลือกตั้งอาจเป็นเครื่องมือนักการเมือง ปิดการขาย  อาจจะมีการขนคนมา ดังนั้นต้องมีการป้องปราม 

         " แน่นอนว่าเราต้องทำงานหนักขึ้น เหนื่อยขึ้น ขอให้รับรู้ว่านี่คือสิ่งที่พวกเราต้องช่วยกัน เพื่อลูกหลานในอนาคตจะได้อยู่ในสังคมที่ดี  การเลือกตั้ง กกต.ทุกจังหวัดต้องเตรียมพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ในระดับสูงสุด คือ ให้จิตนาการในทางเลวร้ายที่สุด อย่างวันสมัครถ้ามีคนมาร้อง มาขัดขวาง  หรือช่วงหาเสียงมีคนตีกัน วันเลือกตั้งมีการก่อกวนปั่นป่วน บัตรหาย ต้องคิด  ต้องจินตนาการในทางเลวร้ายที่สุด นึกถึงภาพกัมพูชาที่วันนี้ไมยอมรับผลการเลือกตั้ง  หากเราเต็มที่ไม่เข้าใครออกใคร ผลงานทั้งหมดไม่ใช่ผลงานของ กกต. 5 คน แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนจะช่วยกันทำให้สำเร็จ ผมพร้อมเปิดช่องการสื่อสารทั้งทางเฟซบุ๊ก มือถือ ทั้งนี้ถ้ามีเวลาจะลงไปในจังหวัดต่าง ๆให้มากที่สุด " นายสมชัย กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง