เจิดจรัสพระอัจฉริยภาพ

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โปรดการพระนิพนธ์หนังสือจวบจนปัจจุบัน มีมากมาย เช่นเรื่อง "แม่เล่าให้ฟัง" "เวลาเป็นของมีค่า" "เจ้านายเล็ก-ยุวกษัตริย์" "จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์" "มหามกุฎราชสันตติวงศ์" "ไปรษณียบัตรเจ้าฟ้า" "สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ และงานศิลปะ" "จดหมายเหตุชาวบ้าน" "ข่าวสมเด็จย่าสวรรคตจากหนังสือพิมพ์" หรือ "ส่งเสด็จสมเด็จย่า" ฯลฯ และยังมีงานพระนิพนธ์เชิงสารคดีท่องเที่ยวที่จะทรงรวบรวมขึ้นเผยแพร่ เช่น เรื่อง "1 โหลในเมืองจีน ยูนนาน สายธารอารยธรรมจีน จากโคริโอสู่โคเรีย ที่ไซบีเรียหนาวไหม" เป็นต้น

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (ขณะนั้นยังมิได้ทรงกรม) ทรงพระนิพนธ์ พระราชประวัติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พ.ศ.2443-2481 “แม่เล่าให้ฟัง” พระราชทานแก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จัดพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2523 (2 ครั้ง) ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2525 กระทรวงศึกษาธิการขอพระราชทานอนุญาตจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มปกอ่อน เพื่อหารายได้สมทบในการสร้างสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเมื่อ พ.ศ.2537 สุริวงศ์บุ๊คเซนเตอร์ ได้ขอพระราชทานอนุญาตจัดพิมพ์ขึ้นใหม่ เนื่องจากขาดตลาดเป็นเวลา 12 ปี ส่วนการบันทึกเทปนี้เป็นครั้งแรก
พระนิพนธ์ “แม่เล่าให้ฟัง” นับเป็นหนังสือที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงจะได้ซาบซึ้งถึงพระราชจริยาวัตรอันงดงามและการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเท่านั้น แต่ยังทำให้ได้ซึมซับถึงแง่คิดมุมมองในการดำเนินชีวิตของพระองค์ ทั้งได้รับรู้เรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์และสังคมไทยผ่านพระราชประวัติของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอีกด้วย ในแง่ของวรรณกรรมก็เรียกได้ว่าชวนติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ

นิทานสำหรับเด็ก ทรงแปลและเรียบเรียงเมื่อ พ.ศ.2475 ขณะดำรงพระยศพระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา มีพระชันษา 9 ปี เป็นงานพระนิพนธ์ของเด็กที่พระราชทานแก่เด็ก ซึ่งทรงคาดว่าเด็กเล็กๆ คงสนใจ เพราะเข้าใจง่าย ประกอบด้วยนิทานทั้งหมด 13 เรื่อง เช่น หมูสามตัว ทำไมช้างถึงมีงวง ทำไมสุนัขจิ้งจอกจึงมีหางสีขาว เจ้าหญิง 12 องค์ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงบันทึกไว้ในหนังสือว่า...สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เคยทรงปรารภกับข้าพเจ้าหลายครั้งว่า ในงานศพอยากให้มีหนังสือสำหรับเด็กอย่างหนังสือเล่มนี้ ข้าพเจ้าก็กราบบังคมทูลว่าในสมัยนี้มีหนังสือสำหรับเด็กมากมายล้วนแต่ดีๆ สนุกๆ สวยงาม มีภาพประกอบด้วย หนังสือของหลานท่านเองก็มี เช่น หนังสือของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไม่เหมือนเมื่อ 60 กว่าปี มาแล้วที่หาหนังสือประเภทนี้ได้ยากมาก แล้วก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้กันอีกและก็คงไม่ได้รับสั่งกับใครต่อไป...

ครั้นเมื่อหนังสือ "จดหมายเหตุชาวบ้าน" ที่ข้าพเจ้าจัดทำอุทิศถวายในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีใกล้จะเสร็จแล้ว ข้าพเจ้าก็ไปเห็นหนังสือ “นิทานสำหรับเด็ก” เข้า ทำให้นึกถึงการรับสั่งของสมเด็จแม่เมื่อหลายปีมาแล้ว อันที่จริงหนังสือเล่มนี้ไม่มีคุณค่าอะไรทางวรรณคดี แต่เป็นงานเขียนของเด็กประถม 3 อาจเป็นที่สนใจของเด็กประถม 1 หรือประถม 2 เพราะเข้าใจง่าย

ยิ่งกว่านั้น สมเด็จแม่ทรงมีส่วนอย่างมากในการกำเนิดและการสำเร็จของหนังสือ “นิทานสำหรับเด็ก” นี้ ในเวลานั้นข้าพเจ้าชอบหนังสือนิทานภาษาอังกฤษมาก เมื่ออยู่ที่อเมริกาข้าพเจ้าไปโรงเรียนอนุบาลแล้ว แต่ยังอ่านหนังสือไม่ออก เมื่อกลับมาเมืองไทยสมเด็จแม่ทรงให้ครูชาวอังกฤษหรืออเมริกันมาคุยด้วย และสอนการปักผ้าอย่างง่ายๆ ต่อมาก็สอนหนังสือจริงๆ จึงได้หัดอ่านภาษาไทยที่โรงเรียนและภาษาอังกฤษที่บ้านพร้อมๆ กันไป

วันหนึ่งสมเด็จแม่รับสั่งว่าในเมื่อข้าพเจ้าอ่านภาษาอังกฤษออก และรู้จักนิทานฝรั่งมาก น่าจะมาแบ่งให้เด็กไทยทราบบ้าง ข้าพเจ้ารู้สึกตื่นเต้นและยินดีมาก วิธี “แปล” ของข้าพเจ้าตอนนั้นคือ อ่านเรื่องให้เข้าใจเสียก่อน แล้วก็เล่าเป็นภาษาไทย ดังนั้นเรื่องที่ยาว 5-6 หน้า หรือมากกว่าจึงเหลือเพียง 1-2 หน้า ความอดทนของเด็ก 9 ขวบยังมีน้อย ข้าพเจ้ายังจำได้ถึงความเบื่อหน่ายเมื่อต้องมาเขียนเรื่องให้จบ สมเด็จแม่นอกจากต้องทรงตามตัวข้าพเจ้ามาเขียน ยังต้องทรงแก้การสะกด และในที่สุดต้องทรงเป็นพระธุระในการจัดส่งโรงพิมพ์อีกด้วย...

เนื่องจากหนังสือเล่มนี้จะมอบให้โรงเรียนประถมทั่วประเทศ จำเป็นที่จะให้การสะกดถูกต้องและเป็นแบบปัจจุบัน จึงได้ขอให้อาจารย์ภาษาไทยเป็นผู้ตรวจและแก้ไขฉบับที่พิมพ์ครั้งแรก ซึ่งใช้วิธีเขียนของปลายรัชกาลที่ 5 ต้นรัชกาลที่ 6 เพราะผู้ตรวจคือสมเด็จแม่ เช่น คำว่า “เดิน” ข้าพเจ้าก็ถูกสอนให้เขียนแบบปัจจุบันแล้ว แต่ทุกครั้งจะทรงแก้เป็น “เดิร” เพื่อการเปรียบเทียบ ขอเสนอตัวอย่างมาบางคำ

แบบเก่า
แบบปัจจุบัน
ตาปู ตะปู
เพ็ชร เพชร
วิชชา วิชา
เข้า (คำนี้ได้พบในศิลาจารึกหลักที่ 1) ข้าว

นอกจากนั้น ฉบับพิมพ์ครั้งแรกยังใช้เครื่องหมาย “ , “ (จุลภาค) และ “ . “ (มหัพภาค) ซึ่งรัชกาลที่ 6 ทรงกำหนดการใช้ไว้ แต่ไม่ได้รับความนิยม จึงไม่มีการใช้อีกต่อไป

นอกจากนี้ยังทรงพระนิพนธ์ เจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์ พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อทรงพระเยาว์ 2468-2489 จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ พระนามพระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชนัดดา ทรงรวบรวม มกราคม 2500 ไปรษณียบัตรเจ้าฟ้า หนังสือ 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ) จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี แห่งวันพระราชสมภพ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก 1 มกราคม 2535 หนังสือเฉลิมฯ 84 พรรษา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ รวบรวมพระราชประวัติ และพระบรมฉายาลักษณ์ พิมพ์เมื่อ 5 เมษายน 2550 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ กับสุนัขทรงเลี้ยงวังเลอดิส เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวาระพระชนมายุ 84 พรรษา จัดพิมพ์โดยคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และงานศิลปะ จดหมายเหตุชาวบ้าน ข่าวสมเด็จย่าสวรรคตจากหนังสือพิมพ์ หรือส่งเสด็จสมเด็จย่า ฯลฯ และยังมีงานพระนิพนธ์เชิงสารคดีท่องเที่ยวที่จะทรงรวบรวมขึ้นเผยแพร่ เช่น เรื่อง 1 โหลในเมืองจีน ยูนนาน สายธารอารยธรรมจีน จากโคริโอสู่โคเรีย ที่ไซบีเรียหนาวไหม เป็นต้น