สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯกับพระอัจฉริยภาพด้านกีฬา

เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประทับศึกษาอยู่ในต่างประเทศ นอกจากทรงเอาพระทัยใส่ในการศึกษาเป็นอันมาก
และโปรดการอ่านหนังสือในเวลาว่างแล้วมักทรงกีฬาต่างๆร่วมกับพระราชมารดาและพระอนุชาเสมอสกีเป็นกีฬาที่ทรงมาแต่ครั้งยังพระเยาว์โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงให้ครูชาวต่างชาติฝึกสอนให้พร้อมกับพระอนุชาทั้ง2พระองค์

นอกจากนี้สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯพระราชทานสัมภาษณ์ว่าเคยชอบขี่ม้าแต่มีพระกระแสรับสั่งว่าพื้นที่ที่ประทับไม่เอื้ออำนวยต่อการเลี้ยงม้าการทรงม้าของพระองค์จึงเนื่องด้วยพระราชมารดาโปรดการทรงม้าอยู่บ่อยครั้งก่อนที่จะเลิกไปเพราะเจริญพระชนมายุมากขึ้นกีฬาอีกประเภทหนึ่งที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯทรงร่วมกับพระราชมารดาคือเปตองตามพระราชดำริที่ว่ากีฬาเปตองนั้นเหมาะสมกับผู้สูงอายุและเป็นกีฬาที่ส่งเสริมความสามัคคี

องค์อุปถัมป์กีฬาเปตอง


ร.ต.ปรารภทองประเทศเลขาธิการสมาคมเปตองเล่าว่านับตั้งแต่ที่สมเด็จย่าทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์สมาคมเปตองเมื่อปี2527สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯก็สนพระทัยในกีฬาเปตองมาโดยตลอดการตามเสด็จสมเด็จย่าไปทรงงานโครงการมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี(พอ.สว.)ตามท้องถิ่นธุรกันดารทั่วประเทศหลังจากทรงงานเสร็จสมเด็จย่ามักจะทรงเปตองเป็นการพักผ่อนซึ่งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯจะร่วมด้วยเสมอ

"จากนั้นเมื่อปี2535สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯเสด็จไปทอดพระเนตรการแข่งขันเปตองชิงแชมป์โลกที่เมืองโลซานน์ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ตามคำทูลเชิญของพล.อ.อ.กำธนสินธวานนท์นายกสมาคมเปตองเพื่อทรงเป็นกำลังใจแก่นักกีฬาไทยที่เข้าร่วมแข่งขันโดยในปีนั้นนักเปตองไทยสามารถคว้ารองแชมป์โลกในประเภททีมหญิงโดยแพ้ต่อทีมชาติฝรั่งเศสอย่างหวุดหวิด"

กระทั่งปี2538หลังจากสมเด็จย่าเสด็จสวรรคตสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯทรงริเริ่มให้สมาคมเปตองจัดตั้ง"กองทุนสมเด็จย่าเพื่อพัฒนากีฬาเปตอง"นำเงินรายได้และดอกผลมาใช้ในการบริหารงานต่างๆโดยพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ของสมเด็จย่าเป็นจำนวนทั้งสิ้น1.8ล้านบาทและเมื่อปี2542ทรงรับเป็นองค์ที่ปรึกษาของสมาคมซึ่งสมาคมก็ทำรายงานกราบทูลการดำเนินกิจกรรมต่างๆรวมถึงผลการแข่งขันที่ส่งนักกีฬาไปแข่งขันรายการต่างๆมาโดยตลอด


"รายงานชิ้นสุดท้ายที่สมาคมทำกราบทูลก็คือการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเปตองชิงแชมป์โลกที่เมืองพัทยาที่ทำเสนอไปเมื่อเดือนกันยายนซึ่งขณะนั้นพระองค์ทรงพระประชวรจึงไม่ได้เสด็จมาทอดพระเนตรการแข่งขันซึ่งที่ผ่านมาพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อสมาคมเปตองถือเป็นคุณูปการอย่างหาที่เปรียบไม่ได้และทำให้สมาคมเปตองมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องและมีความเจริญก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้

พระราชทานรางวัลเปตองครั้งแรก

หนังสือ"สมเด็จย่ากับเปตอง"ที่จัดทำขึ้นโดยสมาคมสหพันธ์เปตองแห่งประเทศไทยเมื่อปี2544บันทึกไว้ว่า"การแข่งขันเปตองครั้งแรกในประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี2522ที่สมเด็จย่าเสด็จที่เขื่อนน้ำอูนจ.สกลนครรับสั่งให้จัดการแข่งขันเปตองชิงชนะเลิศภาคตะวันออกเฉียงเหนือขึ้นโดยให้ข้าราชการทหารตำรวจและประชาชนทุกจังหวัดในภาคอีสานเข้าร่วมการแข่งขันแบบประเภททีม3คน

...แม้จะเป็นการจัดแข่งขันครั้งแรกแต่ก็มีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวนมากนับได้ทั้งหมด78ทีมในบรรดาผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดมีสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ร่วมด้วย...

รางวัลในการแข่งขันครั้งแรกสำหรับทีมผู้ชนะเลิศเป็นของพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯนั่นคือธงซึ่งมีพระปรมาภิไธยย่อ"ก.ว."กำกับอยู่การแข่งขันในครั้งต่อๆมาซึ่งจัดขึ้นที่ภูกระดึงห้วยหลวงอุดรธานีก็ยังคงมีรางวัลเป็นธงที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯเช่นกัน"
กีฬาต้องเล่นอย่างเต็มที่

พล.ต.ท.เจษฎางค์พรหมสาขาณสกลนครอดีตนักบินพระที่นั่งในสมเด็จย่าซึ่งตามเสด็จสมเด็จย่าและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯอยู่เสมอรำลึกความหลังว่าครั้งหนึ่งในปีที่พระองค์เสด็จโดยเรือจันทรและไปแวะจอดที่เกาะสีชังพล.อ.เปรมติณสูลานนท์(นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น)ได้เข้าเฝ้าฯเพื่อถวายพระพรสมเด็จย่ามีพระอารมณ์ขันด้วยการแต่งตั้งให้นักบินพระที่นั่งมาเป็นโค้ชเปตอง

"จำได้ว่าครั้งนั้นสมเด็จหญิง(สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ)เสด็จมาด้วยพระองค์(สมเด็จย่า)ทรงมีพระปฏิสันถารกับคนโน้นคนนี้แล้วทอดพระเนตรเห็นผมแต่งเครื่องแบบท่านก็แกล้งตรัสว่านี่เขาเป็นโค้ชเปตองของฉันนะ"พล.ต.ท.เจษฎางค์กล่าวและเล่าต่อว่าทั้งสมเด็จย่าและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯทรงเป็นนักกีฬาอย่างเต็มตัวไม่เคยกริ้วเวลาที่พ่ายแพ้แต่ก็ต้องให้ทุกคนแสดงฝีมือออกมาอย่างเต็มที่"คนจะมาเชียร์กันเต็มทุกแมทช์เลยแล้วเราก็ต้องเล่นกันอย่างเต็มที่เพราะถ้าเล่นอ่อนให้ท่านมากสมเด็จหญิงก็จะกริ้ว"
ทรงเป็นแฟนพันธุ์แท้ลูกขนไก่ไทย

ขณะที่ศ.ดร.เจริญวรรธนะสินนายกสมาคมแบดมินตันย้อนอดีตไปเมื่อ40ปีก่อนเมื่อปี2501สมัยที่ตนเองยังคงเป็นนักตบลูกขนไก่ชั้นแนวหน้าของโลกว่าสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯสนพระทัยในกีฬาหลายชนิดโดยเฉพาะกีฬาแบดมินตันที่นอกจากทรงบ่อยแล้วยังสนพระทัยและทรงสนับสนุนนักกีฬาไทยอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

"ตอนนั้นผมครองตำแหน่งแชมเปี้ยนแห่งเอเชียเราเดินทางไปแข่งขันแบดมินตันโธมัสคัพที่ประเทศสิงคโปร์และได้เข้าชิงชนะเลิศพระองค์ท่านเสด็จไปให้กำลังใจถึงขอบสนามที่เมืองปีนังที่สมัยนั้นยังเป็นสหพันธรัฐมลายูประทับข้างสมเด็จยังดิเปอตวนอากงราชาธิบดีของมลายูซึ่งผมชนะเลิศทั้งประเภทชายเดี่ยวและชายคู่โดยพระองค์พระราชทานถ้วยรางวัลให้หลังจากนั้นก็รับสั่งให้คุณอดิศัยตันสกุลผู้ถวายงานจัดอาหารมาให้รับประทานอย่างเต็มที่"

สัปดาห์ต่อมาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯเสด็จไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ทอดพระเนตรการแข่งขันแบดมินตัน"สลังงอร์โกลด์คัพ"ในครั้งนี้ประทับเคียงข้างสมเด็จพระนางเจ้าราจาประไหมสุหรีอากงแห่งสหพันธรัฐมลายูหลังจากนั้นเมื่อแข่งขันเสร็จก็ได้จัดเลี้ยงพระราชทานแก่นักกีฬาไทยทั้งหมดที่วังสระปทุมโดยมีสมเด็จย่าทรงร่วมงานด้วย

"อีกสิ่งที่ผมปลาบปลื้มในพระองค์ก็คือพระองค์นำนักแบดมินตันไทยในยุคนั้นคือผมคุณประเทืองปัตตพงศ์คุณกมลสุนทรวณิชที่กำลังจะเดินทางไปแข่งขันแบดมินตันออลอิงแลนด์ที่ประเทศอังกฤษไปที่โรงแรมรัตนโกสินทร์เพื่อสอนให้รับประทานอาหารฝรั่งและยังเสด็จไปทอดพระเนตรเป็นกำลังใจให้พวกเราถึงประเทศอังกฤษพร้อมพระราชทานเงินขวัญถุงให้อีกคนละ60ปอนด์นอกจากนี้ในรายของประเทือง(ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว)ยังคงรับเป็นองค์อุปถัมภ์เป็นนักเรียนทุนส่วนพระองค์อีกด้วยการจากไปของพระองค์ถือเป็นการสูญเสียอย่างใหญ่หลวงของชาวไทยทั่วประเทศสำหรับวงการแบดมินตันแล้วจะรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านอย่างสุดซึ่งตลอดไป"